•   Thailand
  •   |  
  • 23 Sep 2018 Sun 10:15 PM

    Game review

    Jacks Or Better 100 Hand

    1.เลือกจำนวนเงินที่จะวางเดิมพัน

    2.เลือกจำนวนเครดิตที่จะเล่น สูงสุด 5 เหรียญ โดยเงินรางวัล และเงินที่วางเดิมพันจะมากขึ้นตามจำนวน

    3.กดปุ่ม Deal เพื่อวางเดิมพัน เมื่อเงินเดิมพันถูกดึงออกไป ระบบจะแจกไพ่มาให้ 5 ใบ

    4.เลือกไพ่ที่จะเก็บไว้ กดปุ่ม Hold ที่ไพ่

    5.คลิก Draw เพื่อทิ้งไพ่ที่ไม่เอา แล้วจั่วขึ้นมาใหม่

    6.ดูแต้ม

     6.1 วิธีการดูแต้ม

                – Ace, K, Q, J และ 10 เป็นชุดเดียว

                – ไพ่เรียง 5 ใบในชุดเดียว เช่น 8, 9,10, J และ Q.

                – ในมือมีไพ่ค่าเดียวกัน 4 ใบ เช่น ตอง 9 สี่ใบ

                – ไพ่ตอง หรือ ไพ่คู่ เช่น ตอง 5 หรือ คู่ King

                – ไพ่เรียง 5 ใบ ไม่เรียงดอก

                – ไพ่เรียง 5 ใบ เรียงดอก เช่น โพดำ J, 10, 9, 8 และ 7.

                – ไพ่สามใบ ค่าเท่ากัน หรือ ตอง

                – ไพ่ในมือมี 2 คู่ เช่น คู่Ace และคู่10

                – ไพ่เดี่ยว J, Q, K หรือ Aces

    7.แต้มไพ่สำหรับ Jack or Better

                -J = 11

                -Q = 12

                -K = 13

                -A = 14 (จะเท่ากับ ไพ่ฟลัช 1 เมื่อเสตรท)

     

    กติกาการเล่น บาคาร่า เกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องด้วยเป็นพนันที่เดิมพันสนุกและมีรูปแบบเกมการเล่นที่เข้าใจง่าย

     

    วิธีเล่นบาคาร่ากติกาและวิธีการเล่น บาคาร่าออนไลน์

    การเล่น ไพ่บาคาร่า ออนไลน์ จะใช้ไพ่ 6 หรือ 8 สำรับแต่ละสำรับมีไพ่ 52 ใบ รวมเป็นไพ่ทั้งหมด 312 – 416 ใบ ในการทายผลไพ่บาคาร่าจะแบ่งการเสี่ยงทายออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่าย “เพลเยอร์” (PLAYER) กับฝ่าย “แบงค์เกอร์” (BANKER) โดยเริ่มต้นจะมีการจ่ายไพ่ให้ฝ่ายละ 2 ใบ รวมเป็น 4 ใบ โดยไพ่ใบที่ 1 กับใบที่ 3 จะจ่ายให้ฝ่าย “เพลเยอร์” ส่วนไพ่ใบที่ 2 กับใบที่ 4 จะจ่ายให้ฝ่าย “แบงค์เกอร์” แต่ละฝ่ายจะจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่นั้นจะมีกฎ กติกา มากำกับ ถ้าฝ่ายใดมีแต้มรวมของไพ่ใกล้เคียง 9 มากที่สุดฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ แต้ถ้าแต้มทั้งสองฝ่ายเสมอกันจะคืนเงินเดิมพันให้กับผู้เล่น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่มี กฏกติกา วิธีเล่นบาคาร่า ที่เข้าใจง่าย

     

    • Play คือ เดิมพันฝ่ายผู้เล่น

    • Banker คือ เดิมพันฝ่ายเจ้ามือ

    • Tie Game คือ ผลเสมอกันระหว่างผู้เล่นกับเจ้ามือ

    • Player Pair คือผลฝ่ายผู้เล่นออกคู่

    • Banker Pair คือผลฝ่ายเจ้ามือออกคู่

    การเล่นบาคาร่าออนไลน์ จะเริ่มด้วยการแจกไพ่โดยการหงายไพ่ 2 ใบทั้งฝ่ายผู้เล่นและฝ่ายเจ้ามือถ้าสองใบแรกได้ 1แต้ม ถึง 5แต้ม จั่ว , 6แต้ม หรือ 7แต้ม อยู่ , 8แต้ม หรือ 9แต้ม อยู่(แนชเชอรัล) ไม่ต้องจั่วไพ่อีกก็เหมือนกับการ ป๊อกในป๊อกเด้ง ในไพ่บาคาล่าถือว่า 9 เป็นไพ่สูงสุด

     

     

    กติกา วิธีการนับแต้ม ไพ่บาคาร่า

     

    การนับแต้ม ไพ่บาคาร่า : ไพ่A นับเท่ากับ 1 ไพ่ J /Q/K /10 นับเท่ากับ 0 และไพ่ใบอื่นๆ ทั้งหมดนับตามแต้มหน้าไพ่ ไพ่แนชเชอรัล : ในบาคาร่า (Baccarat) ไพ่แนชเชอรัล เมื่อได้แต้ม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรกทั้งสองฝ่ายต้อง “อยู่” หรือไม่ขอไพ่เพิ่มเพราะมีเพียงแต้มเดียวเท่านั้น ที่จะเอาชนะแนชเชอรัล 8 ได้คือ แนชเชอรัล 9 เท่านั้น

    • กติกา บาคาร่า ของผู้เล่น (Player) เมื่อไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่นมีแต้มรวมให้ผู้เล่นทำดังนี้

    • 8 หรือ 9 = อยู่ ( แนชเชอรัล)

    • 6 หรือ 7 = อยู่

    • 0 1 2 3 4 หรือ 5 = จั่ว

    • กติกา บาคาร่า ของเจ้ามือ(Banker) เมือไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือมีแต้มรวมให้ผู้เล่นทำดังนี้

    • 8 หรือ 9 = อยู่ ( แนชเชอรัล)

    • 6 หรือ 7 = อยู่

    • 0 1 2 3 4 หรือ 5 = จั่ว

     

     

    กติกาการเป็นผู้ชนะในไพ่บาคาร่าออนไลน์

     

    ฝ่ายที่มีแต้มมากที่สุดและใกล้ 9 แต้มที่สุดเป็นผู้ชนะ

    วางเดิมพันฝ่ายผู้เล่น(Player) ได้เงิน 1 ต่อ 1

    วางเดิมพันฝ่ายเจ้ามือ(Banker) ได้เงิน 1 ต่อ 1 แต่ถูกหัก 5% ซึ่งเป็นค่าต๋ง

    วางเดิมพันฝ่ายเสมอ(TieGame) ได้เงิน 1 ต่อ 8 วางเดิมพัน

    ผู้เล่นออกคู่(Player Pair) ได้เงิน 1 ต่อ 11

    วางเดิมพัน เจ้ามือออกคู่(Banker Pair) ได้เงิน 1 ต่อ 11

    เมื่อแต้มของไพ่ออกมาเท่ากันทั้งฝ่าย ไม่มีการได้การเสีย เดิมพันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้ามือหรือ

    ฝ่ายผู้เล่น (ยกเว้นไพ่คู่) ให้ถอนกลับไป

     

    เกมรูเล็ตนั้นมีเลข 0-36 ให้ท่านเลือกวางเดิมพันโดยในหนึ่งๆเกมที่สามารถเลือกวางเดิมพันได้มากกว่าหนึ่งตัวและหลายวิธี

    โดยท่านสามารถเลือกวางเดิมพันได้หลายวิธีโดยมีอัตราการจ่ายเดิมพันที่แตกต่างกันดังนี้

     

    1.วางเดิมพันโดยตรง(Straight up) :    คือการวางเดิมพันลงเลขที่ท่านต้องการโดยการวางชิปจะวางลงบนกลางจั่วเลขที่ท่านต้องการ เช่น 1,6,18 เป็นต้น อัตราจ่าย 1:35

     

    2.วางเดิมพันแยก(Split betting):          คือการวางเดิมพันระหว่างสองตัวเลขที่ติดกัน เช่น 16,19 หรือ 19,20 เป็นต้น อัตราจ่าย 1:17

     

    3.วางเดิมพันพ่วง(Street betting): คือการวางเดิมพันในแถวที่มีตัวเลขสามตัว โดยวางชิปไว้ที่ขอบเส้น เช่น 13,14,15 เป็นต้น อัตราจ่าย 1:11

     

    4.เดิมพันมุม(Corner betting) : คือการวางเดิมพันในตัวเลขสี่ตัวโดยวางชิปไว้บนมุมทั้งสี่ของตัวเลข เช่น  25,26,28,29 อัตราจ่าย 1:8

     

    5.เดิมพันเส้นตรง(Six line betting):    คือการวางเดิมพันสองแถว โดยวางชิปได้ระหว่างแถวทั้งสองเช่น แถว16,17,18กับ19,20,21 เป็นต้น อัตราการจ่าย 1:5

     

    6.เดิมพัน12ช่อง(Dozen betting):      คือการวางเดิมพันในช่อง "1st12" "2nd12" "3rd12" โดยแต่ละช่องจะคลอบคลุมตัวเลขที่แตกต่างกันดั้งนี้ "1st12" ครอบคลุมเลข1-12  และ 2nd12" ครอบคลุมเลข13-22 และ "3rd12" ครอบคลุมเลข 25-36 อัตราจ่าย 1:2

     

    7.เดิมพันแนวนอน(Column betting): คือการวางเดิมพันในตัวเลขด้านแนวนอนมีสามช่องให้เลือกดังนี้ "1st""2nd" "3rd" อัตราจ่าย 1:2

     

    8.เดิมพันสี(Color betting): คือการเดิมพันในช่องสีมีสองสีให้เลือก ดังนี้ สีแดงและสีดำ อัตราจ่าย 1:1

     

    การวางเดิมพัน

    หลังจากวางเดิมพันฝั่งมังกรหรือเสือแล้ว ผู้เล่นจะรอเจ้ามือวางไพ่บนกระดานแล้วหงายไพ่ ไพ่ที่มีแต้มสูงกว่าจะชนะ แต่เกมนี้มีกฎสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรกไพ่เอซมีแต้มต่ำ ดังนั้นการลำดับของไพ่จากต่ำไปสูงจะเป็นดังนี้ A-2-3-4-5-6-7-8-9-10-J-Q-K นอกจากนี้เมื่อไม่คำนึงถึงว่าผู้เล่นจะวางเดิมพันฝั่งมังกรหรือเสือ ถ้าทั้งสองฝั่งได้แต้มเท่ากัน เช่น 8 กับ 8 เกมนั้นจะถือว่าเสมอ เจ้ามือจะได้ครึ่งนึงของการเดิมพัน ส่วนไพ่แต้มสูงจะชนะ ไพ่แต้มต่ำจะแพ้

    เดิมพันเสมอ

    ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันแต้มเสมอ โดยจะจ่าย 8 ต่อ 1